WHAT'S NEW?
Loading...

เรื่องจริงของมะเร็งเต้านม มาทำความเข้าใจกันเถอะ

เรื่องจริงของมะเร็งเต้านม มาทำความเข้าใจกันเถอะ
เรื่องเล่า : มะเร็งเต้านมเกิดจากพันธุกรรม ถ้ามีคนในครอบครัวเป็น คุณก็จะเป็นแน่นอน ตรงกันข้ามหากไม่มีใครในครอบครัวเคยเป็น คุณก็ไม่มีทางเป็นได้
เรื่องจริง : พบว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกว่า 70% ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้เลย ฉะนั้นการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำจึงควรทำเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมง่ายขึ้นจริง โดยเฉพาะหากแม่ พี่สาว หรือน้องสาวเคยเป็น ความเสี่ยงที่คุณจะเป็นมีสูง และยิ่งหากญาติสายตรงกลุ่มนี้เป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 45 ปี คุณยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้นอีก รวมถึงมะเร็งรังไข่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของยีนตัวเดียวกัน นอกจากนี้ญาติสายตรงทางฝ่ายพ่อ (ย่า พี่สาว หรือน้องสาวพ่อ) ที่เป็นมะเร็งเต้านมก็อาจส่งต่อยีนมะเร็งเต้านมให้ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่แพทย์สนับสนุนว่าทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมง่ายขึ้น อาทิ อายุวัยทอง การรับฮอร์โมนบางตัว การมีบุตรเมื่ออายุมากหรือไม่เคยมีบุตรเลย ชนชาติผิวขาว และการดื่มแอลกอฮอลล์ เป็นต้น ส่วนการใส่เสื้อชั้นในแบบเสริมโครงเหล็ก ไซส์หน้าอก หรือการกระแทกจนเจ็บบ่อยๆ เหล่านี้ไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม
 
เรื่องเล่า : เป็นมะเร็งเต้านมเกินระยะที่สอง ไม่มีทางรักษาให้หายได้แล้ว
เรื่องจริง : แม้จะตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และได้รับการผ่าตัดก้อนมะเร็งออกไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าหายขาดทันที เพราะเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปที่อื่นแล้ว ขณะที่แม้จะพบมะเร็งในระยะลุกลาม แต่ก็อาจไม่ถึงชีวิต แพทย์สามารถรักษาไปตามระยะของโรค ทั้งการผ่าตัด, รังสีรักษา, เคมีบำบัด, ฮอร์โมนบำบัด และสารประกอบชีวภาพ (Biological therapy) โดยแพทย์ผู้ดูแลมักแนะนำให้ใช้การรักษาแบบผสมผสานกันไป
สิ่งสำคัญแม้จะรักษาเสร็จสิ้นไปแล้วคือระยะการตรวจติดตาม เพราะโรคนี้มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้อีก ทั้งเมื่อเคยเป็นกับเต้านมข้างหนึ่งแล้ว ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นกับเต้านมอีกข้างด้วย แพทย์จึงต้องนัดตรวจเป็นระยะ ส่วนใหญ่อีกอย่างน้อย 5 ปี หลังการรักษา โดยจะเน้นตรวจบริเวณทรวงอก คอ และต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง บางครั้งแพทย์จะแนะนำให้ทำแมมโมแกรมร่วมด้วย
 
เรื่องเล่า : ถ้าพบก้อนมะเร็ง ตัดเต้านมทิ้งไปเลยดีกว่าเลาะเอาแต่ก้อนมะเร็งออก และยังทำให้ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกด้วย
เรื่องจริง : การตัดเต้านมทิ้งให้ผลการรักษาไม่ต่างจากการตัดเฉพาะก้อนมะเร็งทิ้ง ฉะนั้น หากแพทย์แนะนำให้ทำ ควรถามความเห็นที่สองจากแพทย์อีกคนก่อน การตัดเต้านมเหมาะกับคนไข้ที่ยังไม่ได้เป็นมะเร็งเต้านม แต่มีโอกาสสูงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมในอนาคต เพราะมียีน BRCA1 ทางพันธุกรรมอยู่ในตัว เช่นข่าวฮือฮาของแอนเจลีนา โจลี ที่ตัดเต้านมทิ้งเพื่อกันไม่ให้เป็นโรคนี้เหมือนแม่ ซึ่งจะได้ผลดีต้องทำในคนที่มีอายุประมาณ 30-40 ปี อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่าตัดเต้านมออกไปแล้วก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งที่อวัยวะอื่นได้ เช่นมะเร็งรังไข่ที่เกิดจากยีน BRCA1 เหมือนกัน
 
เรื่องเล่า : คนที่เป็นมะเร็งเต้านมจะต้องคลำพบก้อนในเต้านม
เรื่องจริง : ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่เป็นมะเร็งเต้านมจะคลำเจอก้อนเนื้อ แต่ยังมีอาการอื่นได้ด้วย เช่น ผิวที่เต้านมเป็นผื่นแดง หัวนมเปลี่ยนสี เจ็บหัวนมตลอดเวลา ผิวเต้านมและหัวนมหนาและแข็งขึ้น หรือเต้านมบวม ผิดไซส์ไปจากปกติ นี่จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ควรตรวจและสังเกตเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน
เรื่องจริงของมะเร็งเต้านม มาทำความเข้าใจกันเถอะ
เรื่องเล่า : การรับเคมีบำบัดหรือที่เรียกกันว่าคีโมจะทำให้ผมร่วง
เรื่องจริง : ผมร่วงเป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราวอย่างหนึ่งเท่านั้น และยังขึ้นอยู่กับชนิดของยาเคมี ปริมาณที่ใช้ และระยะเวลาที่รับเคมีบำบัด หากสงสัยในผลข้างเคียงของยา สามารถคุยกับหมอเพื่อจะได้สบายใจ และมีวิธีรับมือกับผลข้างเคียงได้ดีขึ้น
 
เรื่องเล่า : อัพอึ๋มมาเสี่ยงมะเร็งเต้านม
เรื่องจริง : แม้จะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่มีรายงานวิจัยชิ้นไหนระบุว่าการทำศัลยกรรมหน้าอกทำให้เกิด มะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่ทำหน้าอกมาบางรายไม่สามารถตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรมได้ อาจต้องใช้การเอกซ์เรย์ร่วมด้วย
 
เรื่องเล่า : การทำแมมโมแกรมมีการกดเต้านมและใช้รังสีทำให้เกิดเป็นมะเร็งเต้านม
เรื่องจริง :  การทำแมมโมแกรมจำเป็นต้องกดเต้านมเพื่อให้เนื้อเยื่อกระจาย รังสีจึงผ่านได้ เห็นสิ่งผิดปกติในเนื้อเต้านมชัดเจน แต่การกดนั้นไม่ได้เจ็บมาก นอกจากนี้ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว Kalpana Kanal PhD. DABR อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีและฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจัยพบว่า การทำแมมโมแกรม 1,000,000 คน อาจจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพียง 6 คน จึงสรุปว่าอันตรายของรังสีจากการทำแมมโมแกรมมีน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ เพราะทุกวันนี้ ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีการทำแมมโมแกรมอย่างแพร่หลายและถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก ซึ่งช่วยให้การผ่าตัด เคมีบำบัด และการใช้รังสีรักษา ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้สำเร็จมากขึ้น