WHAT'S NEW?
Loading...

วิธีบริหารหน้าให้เรียวสวยอย่างเห็นผล

3333
นอกจากผิวขาวใสเรียบเนียน อีกสิ่งที่สาวหลายคนปรารถนาก็คือหน้าเรียวสวยที่นอกจากจะช่วยให้คุณดูผอมเพรียวแล้ว ยังทำให้การตัดผมและการแต่งหน้าเป็นไปได้อย่างง่ายดาย คุณเองก็สามารถทำให้ใบหน้าเรียวสวยด้วยตัวเองเพียงแค่รู้จักการดูแลและบริหารใบหน้าอย่างถูกวิธี
นอกจากจะหมั่นบริหารหน้าแล้ว อย่าลืมบำรุงให้ผิวให้เรียบเนียนด้วยวิธีทำให้หน้าใส อ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หน้าเรียวด้วยการบริหาร

  • การนวดหน้าเป็นการช่วยกระชับกล้ามเนื้อ ทำให้หน้าดูเรียวมากขึ้นหากทำเป็นประจำ คุณสามารถเริ่มจากการใช้นิ้วนวดบนหน้าผากเบาๆ โดยให้วนขึ้นและวนออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย โดยลากจากบริเวณกลางคิ้วออกไปสู่โคนผมจนทั่วทั้งหน้าผาก จากนั้นนวดบริเวณใต้ตา โดยใช้นิ้วค่อยๆ นวดจากหัวตาลากมายังหางตา และปิดท้ายด้วยการนวดบริเวณแก้ม โดยใช้นิ้วนวดยกผิวหน้าจากบริเวณมุมปากเฉียงขึ้นมายังโหนกแก้มช้าๆ และทิ้งไว้อย่างน้อย 5 วินาที
  • นอกจากการนวดแล้ว คุณก็ยังสามารถทำโยคะหน้าท่าง่ายๆ ควบคู่ไปด้วย สำหรับคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ คุณสามารถกระชับแก้มด้วยการอ้าปากให้กว้างที่สุดก่อนดึงปากมาหุ้มฟันจนรู้สึกว่าหน้าตึง สำหรับคางนั้น คุณควรเงยหน้าขึ้นจนตึงก่อนใช้มือนวดบริเวณคอเบาๆ ส่วนคนที่มีกรามใหญ่สามารถบริหารโดยการอ้าปากและปิดปากสลับกันไปเรื่อยๆ ติดต่อกันไม่หยุดประมาณ 5-10 นาทีทุกๆ วันเพื่อกระชับกล้ามเนื้อบนใบหน้า
  • อีกหนึ่งวิธีในการกระชับใบหน้าให้เรียวสวยที่หลายคนมองข้ามก็คือการทาครีมบำรุงผิวอย่างถูกวิธี แทนที่จะทาลงบนมือและถูไปทั่วๆ หน้า คุณควรป้ายครีมลงบนบริเวณปลายนิ้วแล้วตบเบาๆ เพื่อให้ครีมมีอุณหภูมิเท่ากับผิวของเราและช่วยให้ครีมมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น หลังจากแตะครีมบนใบหน้าจนทั่วเเล้ว ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วทาในลักษณะนวดบนหน้าในทิศทางชี้ขึ้น  เพื่อเป็นการนวดและดึงผิวในเวลาเดียวกัน หลีกเลี่ยงการถูในทิศทางลงเพราะจำทำให้หน้าเหี่ยวได้

หน้าเรียวด้วยอาหาร

น้ำหนักตัวที่ขึ้นและลงอย่างรวดเร็วก็สามารถส่งผลให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยได้ ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องควบคุมน้ำหนัก เพื่อลดไขมันส่วนเกินที่อยู่บนใบหน้า โดยคุณสามารถทำตามวิธีด้านล่าง ดังนี้
  • งดของหวานและขนมขบเคี้ยวซึ่งอุดมไปด้วยไขมันและน้ำตาลที่นอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ยังส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและหมองคล้ำได้อย่างง่ายดาย หากคุณหิวระหว่างวัน ลองเปลี่ยนมารับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยแทนจะดีกว่า
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะนอกจากผิวหนังจะชุ่มชื่นแล้ว การดื่มน้ำไม่เพียงพอยังส่งผลให้ร่างกายต้องกักเก็บน้ำ ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำได้ นอกจากนี้คุณควรลดการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดเพราะจะเร่งให้เกิดอาการบวมน้ำได้เช่นกัน
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม เพราะเครื่องดื่มประเภทนี้มักมีน้ำตาลและแคลอรี่มาก ซึ่งนอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพกายเพราะสามารถทำให้อ้วนได้ง่ายแล้ว ยังไม่ดีต่อสุขภาพผิว เพราะจะทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้ง่าย