WHAT'S NEW?
Loading...


บ้านเป็นความใฝ่ฝันของหลายคน สิ่งที่เราต้องนึกถึงคงไม่ใช่แค่รูปแบบบ้านที่อยากได้ สิ่งสำคัญที่สุดของการมีบ้านสักหลัง คือการ กู้เงินซื้อบ้านนั้นเอง วันนี้เราจะพาไปศึกษาถึงขั้นตอนการกู้เงินซื้อบ้าน สำหรับมือใหม่โดยเฉพาะ ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง มีกี่ขั้นตอน โดยเราได้รวบรวมเคล็ดลับจาก บริษัทรับออกแบบบ้านมาให้ทุกคนเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปเริ่มกันได้เลยค่ะ

เมื่อเราได้บ้านที่ถูกใจแล้ว ก็มาถึงวิธีการติดต่อ เพื่อทำการกู้เงินซื้อบ้านค่ะ

ขั้นแรก ติดต่อสินเชื่อบ้าน

การกู้เงินกับธนาคารนั้น เริ่มจากการติดต่อกับฝ่ายสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเคหะ ของธนาคาร เพื่อแสดงความต้องการ หรือความจำนงกู้ เราต้องนำหลักฐานยื่นประกอบการขอกู้ให้ครบถ้วน หากในวันที่เรายื่นเอกสารนั้นมีหลักฐานไม่ครบ เราต้องนำเอกสารมาให้เพิ่มเติม หรือมายื่นกู้ใหม่ภายหลัง และทำให้การวิเคราะห์อนุมัติล่าช้าออกไปอีก หลังจากยื่นกู้เสร็จแล้ว จะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการประเมินราคาหลักประกัน

ขั้นที่ 2 ประเมินราคาบ้าน ที่ดิน

เมื่อยื่นกู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาเพื่อสำรวจ และประเมินราคาบ้าน พร้อมที่ดิน ที่จะมาจำนองหรือเป็นหลักประกัน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 – 7 วัน แล้วแต่ธนาคาร

ขั้นที่ 3 ขั้นตอนการพิจารณาคำขอกู้

ขั้นตอนนี้ทางธนาคาร จะทำการพิจารณาคำขอกู้ โดยวิเคราะห์จากรายได้ ฐานะทางการเงิน หนี้ต่าง ๆ ความสามารถในการผ่อนชำระ และหลักประกัน รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ โดยจะแจ้งให้เราทราบภายใน 1-3 สัปดาห์

ขั้นที่ 4 ทำสัญญากู้เงิน

ขั้นตอนนี้จะมีได้เมื่อผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อมาลงนามในสัญญากู้เงิน และสัญญาจำนอง พร้อมนัดวันไปทำนิติกรรมจำนองที่สำนักงานที่ดิน

ขั้นที่ 5 โอนกรรมสิทธิ์

ในวันโอนกรรมสิทธิ์ และจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน ผู้กู้ ผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ธนาคารจะไปพร้อมกันที่สำนักงานที่ดิน โดยผู้กู้จะต้องเตรียมเงินค่าจดทะเบียนจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ และต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ตามปกติร้อยละ 2 ของราคาประเมิน

ขั้นตอนสุดท้าย รับเงินกู้

เมื่อผ่านทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะจ่ายเงินกู้ให้เราเป็นแคชเชียร์เช็ค เพื่อให้เราได้จ่ายเงินคงเหลือให้กับเจ้าของโครงการ หรือผู้ขายต่อไป เมื่อได้รับเงินกู้แล้ว เราต้องผ่อนชำระงวดทุกเดือนภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา

นอกจากขอกู้มาเพื่อซื้อบ้านแล้ว เรายังสามารถกู้เพื่อตกแต่ง หรือต่อเติมบ้านได้ด้วยนะคะ โดยการออกแบบบ้าน เราจะต้องจ้างผู้รับเหมา หรือบริษัทรับออกแบบบ้าน เพื่อตีราคา แล้วค่อยทำการกู้เงินค่ะ เราสามารถปรึกษากับทางบริษัทออกแบบบ้านได้นะคะ เพื่อความสะดวก และรวดเร็ว ในการกู้ค่ะ




วัยทอง เป็นคำที่เรามักได้ยินกันบ่อย ๆ  ใช้แทนคำว่า “วัยหมดประจำเดือน” นั่นเอง สตรีที่มีอายุระหว่าง 50 ปีขึ้นไป คือช่วงเวลาที่อยู่ในวัยทอง หมายถึงภาวะการหมดประจำเดือน เนื่องจากรังไข่ลดการผลิตฮอร์โมน และจะไม่สามารถมีบุตรได้ การหมดของประจำเดือนนั้นส่งผลทั้งด้านอารมณ์ และร่างกาย โดยแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป
ระหว่างช่วงเข้าสู่วัยทอง จนหมดประจำเดือนนั้น ผู้หญิงหลาย ๆ คน จะเริ่มมีอาการผิดปกติปรากฏ โดยอาการวัยทองของหญิงไทยจะมีประมาณ 21-22 อาการ เช่น นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ มดลูกแห้ง ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด ประจำเดือนมาไม่ปกติ ผมร่วง ท้องอืด และอื่น ๆ หญิงไทยกับต่างประเทศจะมีอาการของวัยทองที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีระบบเมตาบอลิซึมที่ต่างกัน


“แล้วเราจะดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเข้าสู่วัยทอง”

การดูแลตัวเองในวัยหมดประจำเดือน นั้นไม่ยากเลยค่ะ เพียงเราเข้าใจ และปรับเปลี่ยนการชีวิตนิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา เอาล่ะไปรู้จักกับวิธีการดูแลตัวเองเมื่อก้าวสู่วัยทองกันเลยค่ะ

การทานอาหารต้องปรับ

ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่าง ๆ อย่างเพียงพอ **ควรเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง** เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย ที่สามารถทานพร้อมก้างได้เลย ผักใบเขียว ธัญพืช เน้นการรับประทานอาหารที่เป็นไขมันดี เช่น ปลาทะเล

ไปออกกำลังกายกันเถอะ

ปกติแล้วเราควรออกกำลังกายเป็นประจำ โดยไม่ต้องรอให้หมดประจำเดือน เพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรง แต่พอเมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายแล้วค่ะ จากการวิ่งหนัก ๆ ลองวิ่งเหยาะ ๆ หรือ เดิน การรำมวยจีน การเล่นโยคะ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยเรื่องสมาธิได้ดีเลยค่ะ

ความอ้วน ต้องไม่ย่างกราย

สำหรับสาววัยทอง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ การดูแลน้ำหนักตัว ไม่ให้อ้วน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่จะมาพร้อมกับความอ้วน เช่น เบาหวาน ไขมันในโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง อีกโรคที่น่ากลัวเลย คือ “โรคข้อเข่าเสื่อม

ฝึกคิดบวก ทำจิตใจให้แจ่มใส

อย่างที่บอกไปช่วงแรก ๆ ว่าวัยทอง จะมีปัญหาทางด้านอารมณ์ การหงุดหงิดง่าย ความเครียด ต่าง ๆ วิธีเอาชนะเราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยการฝึกค่ะ ฝึกมองโลกในแง่บวก ฝึกคิดบวก นั่งสมาธิ อีกวิธีหนึ่งที่อยากแนะนำ คือ ตื่นนอนแล้วยิ้มให้กับตัวเองในทุกวัน หัวเราะเยอะ ๆ ค่ะ

ไปหาคุณหมอบ้างปีละครั้ง

ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไปตรวจเช็ดความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และอย่าลืม ตรวจหาความหนาแน่นของมวลกระดูก ด้วยนะคะ

นอกจากการดูแลตัวเองแล้ว ปัจจุบันมีวิตามิน และอาหารเสริมสำหรับวัยทอง หรือวัยชรา ให้เลือกมากมาย แต่ต้องเลือกทานให้เหมาะสมกับร่างกายด้วยนะคะ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อตรวจว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือไม่ โดยดูจากผลการตรวจสุขภาพ หรือทานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง

แคลเซียมบำรุงกระดูก : แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวัยทอง หรือผู้สูงอายุ สังเกตไหมคะ เมื่อเราไปตรวจสุขภาพประจำปีมักจะมีการตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก เนื่องจากพอเรามีอายุมากขึ้นมวลกระดูกจะถูกดึงไปใช้มากขึ้น มวลกระดูกยิ่งน้อยลง ส่งผลให้เกิดเป็นโรคกระดูกพรุนได้เลยนะคะ การทานอาหารในแต่ละวันเราอาจไม่ได้ปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอ แคลเซียมบำรุงกระดูกจึงถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเติมเต็มในส่วนนี้ค่ะ

แคลเซียมที่แนะนำสำหรับวัยทอง และผู้สูงอายุ แคลเซียม แอลเทรเนต” (แอล-ทรีโอเนต)

แคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต) นั้นดีกว่าแคลเซียมชนิดอื่นอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่เลยค่ะ http://bit.ly/2E4Rqsd

วิตามินดี : มักนิยมทานคู่กับแคลเซียมบำรุงกระดูก นอกจากนี้วิตามินดียังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูก ได้ด้วยนะ ปัจจุบันพบว่าคนไทยขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก จึงควรตรวจดูระดับวิตามินดี ด้วยนะคะ

โสมตังกุย : ตัวสุดท้ายนี้จะเป็นโสม หรือสมุนไพร ที่อยากแนะนำ เพราะเป็นสมุนไพรสำหรับผู้หญิงวัยทองโดยเฉพาะเลยค่ะ  ในโสมตังกุย มิกซ์ มีสารไฟโตเอสโตรเจน ( Phytoestrogen ) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ได้คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ( estrogen ) ในร่างกายของผู้หญิง โดยปกติร่างกายของผู้หญิงจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นมาจากรังไข่ เมื่อผู้หญิงมีอายุมากกว่า 50 ปี หรือ หมดประจำเดือนไปแล้ว รังไข่จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลงมาก ทำให้ร่างกายของผู้หญิงมีความเสื่อมโทรมเร็ว ผิวหนังมีริ้วรอย มีอาการวัยทอง นอนไม่หลับ และเกิดโรคกระดูกพรุนเร็วขึ้น ฯลฯ


สารไฟโตเอสโตรเจนในโสมตังกุย มิกซ์ นี้นอกจากจะทำให้ความเป็นผู้หญิงอยู่คงที่สมบูรณ์ดีแล้ว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้ รวมถึงการลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังลดการเกิดโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
ข้อมูลโสมตังกุย http://bit.ly/2CxrfgP

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทอง อย่าลืมดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และพบคุณหมอเป็นประจำนะคะ


เมื่อเราก้าวเข้าสู่ วัยทอง จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับร่างกาย ทั้งเรื่องฮอร์โมน รวมไปถึงอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น กระดูก ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจ พร้อมรับมือ กับการเข้าสู่วัยทอง เพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกาย และจิตใจของเรา

เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะช่วยในเรื่องของสุขภาพ กระดูก ยังช่วยในเรื่องของอารมณ์ได้อีกด้วย


เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกมากขึ้น

เมื่อเข้าสู่วัยทองแล้ว กระดูกของเราสามารถเสื่อมสภาพได้ง่าย ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว วัยทองจึงจำเป็นอย่างมากในการเลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพื่อลดความเสี่ยง หรือชะลอ การเกิดโรคกระดูกพรุน อาหารที่มีแคลเซียมสูง มีให้เราเลือกมากมายเลยค่ะ เช่น ผักใบเขียว ลูกพรุน นม ปลาตัวเล็ก และยังมีอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากแคลเซียมแล้ว วิตามินดี ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ วิตามินดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียมให้กับร่างกายของเรา อาหารที่ควรลด ชา กาแฟ น้ำอัดลม คาเฟอีนจะไปลดประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย

ดูแลรักษาหัวใจ

วัยทอง จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ เพิ่มมากขึ้น เราจึงควรรับมือด้วยการทานอาหารที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ อาหารที่มีไขมันโอเมกา 3 ช่วยลดไขมันที่ไม่ดีในหลอดเลือด เช่น ปลาแซลมอน ปลาทะเลน้ำลึก นอกจากปลา การทานผักต่าง ๆ ก็สามารถลดไขมันในหลอดเลือดได้ดีไม่แพ้กันเลยค่ะ

ฮอร์โมนแห่งความสุข

ยิ่งอายุมากขึ้น การหลั่งสารแห่งความสุขจะยิ่งน้อยลง เมื่อฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองลดลง ทำให้ความสุขของเราลดตามไปด้วย แต่รู้หรือไม่ว่ามีอาหารที่จะช่วยเพิ่มปริมาณสารแห่งความสุขนี้ได้ อาหารเหล่านั้นก็คือ กล้วย ไข่ ข้าวกล้อง และแซลมอน เป็นต้น

ใส่ใจในน้ำหนัก

ในช่วงอายุที่มากขึ้น ระบบการเผาผลาญของร่างกายจะลดลง เราจะเห็นได้ชัดว่าคนวัยทองจะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นได้ง่าย กว่าแต่ก่อน หากเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนอยู่แล้ว ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเอง เพื่อไม่ให้มีน้ำหนักที่มากเกินไป จะนำพาโรคต่าง ๆ มาสู่เราได้ค่ะ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ กระดูกอาจรับน้ำหนักตัวของเราไม่ไหว จนเกิดความเสียหายได้ค่ะ

หาตัวทดแทนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)

ในวัยทอง อย่างที่ทราบกันคือ ระดับฮอร์โมนเพศหญิงจะลดลง ซึ่งจะส่งผลมากมายกับร่างกาย ดังนั้นในวัยทองควรมองหาตัวแทนของฮอร์โมนเพศหญิง สารที่สามารถทดแทนเอสโตรเจนได้ คือ สารไฟโตเอสโตรเจน ( Phytoestrogen ) ขอยกตัวอย่างสมุนไพร ที่มีสารไฟโตเอสโตรเจนนะคะ

โสมตังกุย มิกซ์ มีสารไฟโตเอสโตรเจน ( Phytoestrogen ) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ได้คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ( estrogen ) ในร่างกายของผู้หญิง โดยปกติร่างกายของผู้หญิงจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นมาจากรังไข่ เมื่อผู้หญิงมีอายุมากกว่า 50 ปี หรือ หมดประจำเดือนไปแล้ว รังไข่จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลงมาก ทำให้ร่างกายของผู้หญิงมีความเสื่อมโทรมเร็ว ผิวหนังมีริ้วรอย มีอาการวัยทอง นอนไม่หลับ และเกิดโรคกระดูกพรุนเร็วขึ้น ฯลฯ

โสมตังกุย มิกซ์

สารไฟโตเอสโตรเจนในโสมตังกุย มิกซ์ นี้นอกจากจะทำให้ความเป็นผู้หญิงอยู่คงที่สมบูรณ์ดีแล้ว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้ รวมถึงการลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังลดการเกิดโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย

เพื่อไม่ให้มีปัญหาในด้านสุขภาพ ที่เกิดจากการเข้าสู่วัยทอง เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ให้เหมาะสมกับร่างกายของเราค่ะ เท่านี้เราก็มีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้วค่ะ เพียงเราเข้าใจ และปรับเปลี่ยน เรายังมีเกร็ดความรู้อีกมากมายจากคุณหมอ และผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูก และวัยทอง สามารถเข้าไปศึกษาเรื่องอื่น ๆ ได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.cal-t.com/

หรือเข้ามาพูดคุยเกร็ดความรู้ด้านสุขภาพกระดูกกับคุณหมอ ได้ที่ https://www.facebook.com/CalTthailand/?ref=br_rs
รู้หรือไม่ว่า แคลเซียมที่เราทานกันเป็นประจำนั้น มีหลายแบบ โดยทั่วไปที่เรามักรู้จัก และคุ้นหูกันก็คือ แคลเซียมคาร์บอเนต อย่างที่รู้กันว่า แคลเซียมนั้นช่วยบำรุง ป้องกันโรคกระดูกพรุนและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก และฟัน แต่ใครจะรู้ล่ะคะว่า แคลเซียมนั้นมีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง แล้วแคลเซียมที่เราทานกันเป็นประจำนั้นดีต่อสุขภาพหรือไม่

เมื่อพูดถึงแคลเซียม เราจะจำขึ้นมาได้เลยว่า แคลเซียมคาร์บอเนต ยังไงล่ะ

งั้นเราไปทำความรู้จักกับแคลเซียมคาร์บอเนต กันก่อนเลยค่ะ


แคลเซียมคาร์บอเนต(Calcium Carbonate) เป็นแคลเซียมที่สกัดจาก หินปูน หรือกระดูก เป็นสารธรรมชาติ ที่นิยมนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก และใช้เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน เนื่องจากสกัดจากแร่หิน หรือกระดูก การแตกตัวของแคลเซียมคาร์บอเนตนั้น จำเป็นที่ต้องใช้กรดน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพื่อแตกตัว ไม่สามารถละลายในน้ำได้ การดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทำได้น้อยกว่า 15% และต้องใช้วิตามินดี เพื่อช่วยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นแคลเซียมคาร์บอเนต จะต้องทานคู่กับวิตามินดีเสมอ ส่วนของแคลเซียมที่ดูดซึมไม่หมด จะทำให้ตกตะกอนในทางเดินอาหารได้ และห้ามทานเกินที่กำหนด ทานแคลเซียมคาร์บอเนต อาจเกิดการท้องผูก ท้องอืด หรือไม่สบายท้องได้

** ข้อแนะนำ สำหรับผู้สูงอายุที่ทานแคลเซียมคาร์บอเนต ไม่ควรทานพร้อมกับยาลดกรด เพราะจะทำให้แคลเซียมคาร์บอเนตไม่สามารถแตกตัวได้ เนื่องจากไม่มีกรดน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ตกตะกอนในทางเดินอาหารทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และท้องผูกได้ 

แล้วเราควรทานแคลเซียมแบบไหนดี?

“แคลเซียมที่ดี ต้องสกัดจากธรรมชาติ และต้องไม่ตกตะกอน”

ในปัจจุบัน แคลเซียมที่เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้น คือ แคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต) (Calcium L-Threonate)
แคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต) เป็นแคลเซียมที่สกัดได้จากข้าวโพด ที่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน โรคข้อกระดูกเสื่อม ได้อีกด้วย

คุณสมบัติของ แคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต)

แคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต) สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูก และกระดูกอ่อน รวมทั้งสร้างน้ำไขข้อ ยับยั้งการสลายตัวของกระดูก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงมากขึ้น เมื่อเทียบกับแคลเซียมชนิดอื่น ๆ แคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต) ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าถึง 9 เท่า สามารถดูดซึมได้ด้วยตัวเองถึง 95% เป็น Passive transport ซึมผ่านเซลล์ได้ โดยไม่ต้องอาศัยวิตามินดี

ที่สำคัญ ไม่ทำให้ท้องผูก เหมือนแคลเซียมอื่น ๆ ด้วยค่ะ เนื่องจากแคลเซียม แอลเทรเนต (แอล-ทรีโอเนต)แตกตัว และละลายได้ดีในน้ำ และดูดซึมได้มากตามที่บอกไปข้างต้น จึงไม่เหลือให้ตกตะกอน ไม่ท้องอืด ท้องผูก

** ผู้ทานมังสวิรัติ สามารถทานได้ **



ความคิดที่จะสร้างบ้าน ปลูกบ้านสักหลัง แน่นอนว่าจำเป็นที่จะต้องมีเงินเก็บสักก้อน เพื่อนำมาสร้างบ้าน ให้เป็นวิมานในฝันของตนเองให้สำเร็จ ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ คงจะต้องใช้งบประมาณพอสมควรเลยค่ะ หากต้องการสร้างบ้าน หลายคนพยายามหาวิธีที่จะประหยัดงบ ด้วยการลดสเปคแบบบ้านให้มีขนาดเล็งลง หรือจากบ้านสองชั้น ก็กลายมาเป็นชั้นเดียว หรือแม้กระทั่งวิธีปรับวัสดุต่าง ๆ เพื่อไม่ต้องแบกภาระค่าวัสดุก่อสร้างที่มหาศาล บางคนลดแม้กระทั่งคุณภาพที่ใช้สร้างบ้าน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่สมควรเลยค่ะ เพราะอย่าลืมนะคะว่า บ้านเราต้องใช้อาศัยเป็นประจำทุกวัน ใช้เป็นที่คุ้มภัยต่าง ๆ 

แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ แน่นอนว่าเรามี เทคนิคในการสร้างบ้านในฝันโดยไม่ต้องลดสเปคให้ยุ่งยาก กับ เทคนิคสร้างบ้านราคาประหยัด ง่ายนิดเดียว

เปลี่ยนวิธีการออกแบบ และสร้างบ้าน

สำหรับวิธีนี้เป็นการเก็บรายละเอียดในการสร้างบ้าน สำหรับความต้องการที่จะสร้างบ้านราคาประหยัด อาจจะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องวิธีสร้าง วิธีออกแบบบ้าน จากที่ต้องใช้ความประณีตของช่าง ซึ่งความประณีตนั้น จะต้องเสียค่าแรง และค่าวัสดุก่อสร้างค่อนข้างเยอะ เช่นการเดินสายไฟ ปกติหากต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม มักจะเลือกวิธีการเดินสายไฟในท่อเหล็ก แล้วทาสีทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อไม่ให้เห็นสายไฟ เราสามารถเปลี่ยนเป็นการเดินสายไฟลอย และใช้วิธีการเก็บสายไฟให้เรียบร้อยแทน ก็สามารถประหยัดงบประมาณได้พอสมควรเลยค่ะ 

สร้างบ้านให้เหมาะสมกับพื้นที่

สำหรับผู้ที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง อยากได้แบบบ้านหลังใหญ่แบบเต็มเนื้อที่ ขอแนะนำว่าให้ยกเลิกความคิดนั้นไปเสียก่อน หากคุณต้องการสร้างบ้านราคาประหยัด เราอาจเลือกพื้นที่ในการสร้างบ้าน 2 ใน 4 ของพื้นที่ ส่วนเนื้อที่ที่เหลือเราสามารถนำพื้นที่นั้นไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ ได้ เช่น นำไปปลูกผักสวนครัว หรือทำสวนเล็ก ๆ ไว้พักผ่อน การสร้างบ้านแบบเต็มพื้นที่นั้นนอกจากจะไม่เหมาะสมในเรื่องงบประมาณแล้ว ยังทำให้การถ่ายเทอากาศของบ้านไม่ดีอีกด้วยค่ะ

วางแปลนบ้านตามความเหมาะสม

เมื่อเราต้องการสร้างบ้านราคาประหยัด สำคัญสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การวางผังแปลนบ้าน เนื่องจากการวางแปลนบ้านที่ดีนั้นสามารถลดการสร้างสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างการต่อเติมได้ การวาดแปลนบ้านหรือการวางแผนผังบ้าน ไม่ว่าจะบ้านสไตล์ไหน ก็ควรคำนึงถึงการใช้งาน และความจำเป็นเป็นหลัก

สเปควัสดุที่จำเป็น

เมื่อเราต้องการสร้างบ้านสักหลัง ทุกคนมักจะคาดหวังให้บ้านของเราออกมาดีที่สุด การเลือกวัสดุเกรดพรีเมี่ยมมาใช้ในการสร้างบ้าน แน่นอนว่างบประมาณบานปลายอย่างแน่นอน หากเราต้องการสร้างบ้านราคาประหยัด การเลือกใช้วัสดุก็ควรเลือกใช้ในเกรดที่ลดลงมาเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ต้องดูในเรื่องคุณภาพด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าถูกเอาหมด แบบนั้นบ้านของเราจะมีปัญหาตามมาในภายหลังได้ค่ะ

หัวใจของการสร้างบ้านคือ แสง และลม

การสร้างบ้านนั้นเราจะต้องคำนึงถึงทิศทาง ให้บ้านเย็น สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี โปร่ง ไม่มืดทึบ ตามแบบฉบับบ้านสไตล์โมเดิร์น นั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนเลือกวัสดุที่ช่วยทำให้บ้านเย็น แต่หลักการสร้างบ้านราคาประหยัด เพียงแค่รู้จักทิศทางลม ทิศทางแสงแดด ว่าควรหันทางไหน ปกติแล้วนิยมหันไปทางทิศเหนือ และใต้เป็นหลัก ทิศนี้จะไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงนั่นเอง

เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ใกล้ตัวของเราที่สุดค่ะ เพราะเราสามารถทำได้กับการสร้างบ้านราคาประหยัด โดยการเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรามาดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นไม้ไผ่ ฝากข้าว หรือวัสดุอื่น ๆ ที่นอกจากราคาไม่แพงแล้ว เมื่อเรานำมาตกแต่งดี ๆ ก็ช่วยให้บ้านดูสวย โดดเด่น ได้อีกด้วยนะ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัทรับออกแบบบ้าน

ในส่วนนี้การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถช่วยสร้างบ้านราคาประหยัดได้เช่นกันค่ะ สำหรับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบบ้าน สร้างบ้าน สามารถให้คำแนะนำเรื่องการออกแบบบ้าน หรือการเลือกใช้วัสดุ ที่สามารถทดแทนกันได้ แต่มีราคาที่เอื้ออำนวยต่องบประมาณ วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ดีเช่นกันค่ะ นอกจากจะมีคนช่วยควบคุมในเรื่องงบประมาณไม่ให้บานปลายแล้ว ยังช่วยให้มั่นใจในเรื่องคุณภาพของบ้านด้วยค่ะ

ทีนี้ก็หมดปัญหาปวดหัวกับการสร้างบ้านราคาประหยัด หรือมานั่งคำนวณพิจารณาในเรื่องงบประมาณ เพียงรู้จักวิธีเลือกของ หรือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ก็สามารถเนรมิตบ้านในฝันในราคาประหยัดได้แล้วค่ะ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบ้าน สร้างบ้าน ได้ที่ http://www.householder.co.th/
หรือดูแปลนบ้านสวยๆ สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ค่ะที่ https://www.facebook.com/HouseHolder.co.th/?ref=br_rs
ยิ่งวันเวลาผ่านไปเท่าไหร่ โลกเราก็มักจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเสมอ แม้แต่รูปแบบการใช้ชีวิต เรื่องบ้านเองก็เช่นกัน เราต้องปรับไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัยด้วย เรามาดูเทรนด์การสร้างบ้าน ของปี 2018 ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง


บ้าน และโฮมออฟฟิศ

ปัจจุบันการเริ่มธุรกิจของตัวเองในยุคนี้ ได้รับความนิยมมากขึ้น การสร้างบ้านแบบโฮมออฟฟิศสวย ๆ  ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น จุดเด่นของโฮมออฟฟิศแบบใหม่ คือ มีที่นั่งสบายๆ มีสวนโปร่ง ไว้นั่งเล่นพักผ่อน หรือมีห้องสันทนาการ ห้องสังสรรค์ ห้องประชุม โฮมออฟฟิศแบบนี้ เจ้าของสามารถสร้างห้องนอนไว้ด้านบน โดยจะแบ่งสัดส่วนไว้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่ามาแรงจริง ๆ กับบ้านสไตล์โฮมออฟฟิศ มีไว้ทำงานแถมยังใช้พักอาศัยได้อีกด้วย

บ้านที่เน้นความสงบสันโดษ

ในอนาคตนี้มีแนวโน้มว่าจะมีคนโสดมากขึ้น แต่งงานช้าลง และการหย่าร้างสถิติมีแนวโน้มที่สูงมากขึ้น การสร้างบ้านจึงมีความเป็นไปได้ว่าจะจับตลาดคนกลุ่มนี้มากขึ้น บ้านขนาดย่อมในราคาคุ้มค่า ฟังก์ชั่นการใช้งานครบถ้วน รองรับความต้องการของคนยุคใหม่ที่ชอบทำกิจกรรม และต้องใกล้ชิดธรรมชาติ มีความเป็นส่วนตัว บ้านสไตล์โมเดิร์น ก็เป็นอีกรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้

บ้านที่คำนึงถึงความปลอดภัย

บ้านที่ดี นอกจากจะตอบสนองในการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องคุ้มครองสร้างความปลอดภัยให้เราได้อีกด้วย การสร้างบ้านในปีนี้นั้นจะเน้นเรื่องความปลอดภัยทั้งในขั้นตอนการก่อสร้าง การเลือกวัสดุที่ไม่อันตรายต่อสุขภาพ ไปจนถึงการออกแบบที่พิจารณาจากการใช้งานจริง อันนี้เราสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง บริษัทรับสร้างบ้านได้ นอกจากนี้อาจรวมไปถึงการสร้างบ้านให้รับรองบริการสุขภาพในอนาคต เช่น การใช้เซนเซอร์ป้องกันการลื่นล้ม การออกแบบพื้นป้องกันลื่น และรองรับการทำงานกับบริการทางการแพทย์

บ้านเพื่อการลงทุน

คนกลุ่มนี้มักให้ความสำคัญกับบุคคลอื่น ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ครอบครัวเศรษฐีบางครอบครัว ปลูกบ้านพักสำหรับแขกไว้อีก 1-2 หลัง ภายในบริเวณบ้านตัวเอง เพื่อให้แขกที่มาเยี่ยมเยียนได้มีที่นอนอย่างสุขสบาย หรือปลูกบ้านสำหรับแม่บ้าน คนขับรถ คนสวน และอื่น ๆ ไว้ในบริเวณบ้านพัก การสร้างบ้านในลักษณะนี้นอกจากจะได้ใช้ในระหว่างที่อยู่อาศัย ในอนาคตยังสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปนั่นเอง

ยังมีเทรนด์การสร้างบ้านอีกมากมาย สำหรับปี 2018

แต่การสร้างบ้านนั้น สิ่งที่เราควรคำนึงที่สุดอาจจะไม่ใช่เทรนด์ของแต่ละปี แต่ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเรา ว่าเหมาะกับบ้านในรูปแบบไหน การวางงบประมาณ ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบ้าน สร้างบ้าน กับบริษัทออกแบบบ้าน ก็ช่วยเราได้เยอะเลยค่ะ
สำหรับผู้ที่สนใจ หรือมีโครงการสร้างบ้านโมเดิร์น หรือสร้างบ้านราคาประหยัด สามารถเข้ามาพูดคุยกับเราได้เลยค่ะ